1. มีกลไกตลาดที่ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานในเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพลังงาน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแผนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงานของประเทศให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และกลไก LCC ซึ่งจะไปสนับสนุนนโยบายการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำของประเทศภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11
  2. เทศบาลที่เข้าร่วมโครงการมีข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจก และแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมที่โครงการเข้าไปสนับสนุน และใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทศบาลนั้นๆต่อไป และสามารถนำไปสู่การขยายผลให้แก่เทศบาลอื่นๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศในระยะยาว
  3. มีการเตรียมความพร้อมให้กับทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคอาคารและภาคชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศ
  4. มีแนวทางด้านกฎหมายที่ใช้ประกอบการตัดสินใจในการกำหนดนโยบายของประเทศ หากประเทศไทยจะต้องมีมาตรการบังคับในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020)
  5. มีแนวทางการสร้างแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ